หลายคนสงสัย อาหารสายยาง ควรแบ่งให้ผู้ป่วยวันละกี่มื้อ ?เรื่องจำนวนมื้ออาหารเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ เพราะร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคนมีความสามารถในการย่อยและดูดซึมไม่เท่ากัน โดยเฉพาะในกลุ่มอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือผู้ป่วยติดเตียงที่ระบบเผาผลาญมักจะทำงานช้าลง
โดยปกติแล้ว มาตรฐานทั่วไปจะแบ่งเป็น 4–5 มื้อต่อวัน ครับ แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ดังนี้ครับ:
1. รูปแบบที่นิยมที่สุด (5 มื้อ)
วิธีนี้ช่วยให้กระเพาะอาหารไม่ต้องรับภาระหนักเกินไปในแต่ละครั้ง ลดอาการท้องอืดและกรดไหลย้อน
เช้า: 07.00 - 08.00 น.
เที่ยง: 11.00 - 12.00 น.
บ่าย: 15.00 - 16.00 น.
เย็น: 19.00 - 20.00 น.
ก่อนนอน: 23.00 น. (มื้อนี้มักจะเป็นนมหรือน้ำขิง ขึ้นอยู่กับสูตรที่แพทย์สั่ง)
2. รูปแบบสำหรับผู้ป่วยที่ย่อยง่าย (4 มื้อ)
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีร่างกายคงที่ ย่อยอาหารได้ดี ไม่มีอาการท้องอืด
เช้า: 06.00 น.
เที่ยง: 11.00 น.
เย็น: 16.00 น.
ก่อนนอน: 20.00 หรือ 21.00 น.
3. ปัจจัยที่ต้องใช้พิจารณาว่าจะแบ่งกี่มื้อ?
ปริมาณรวมต่อวัน: แพทย์หรือนักโภชนาการจะคำนวณแคลอรีที่ร่างกายต้องการ เช่น 1,500–2,000 กิโลแคลอรี หากแบ่งเป็น 4 มื้อ ปริมาณต่อมื้อจะสูง (เช่น 400-500 ml) ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยแน่นท้องได้ หากเป็นเช่นนั้น ควรแบ่งเป็น 5–6 มื้อ แทนเพื่อให้ปริมาณต่อมื้อน้อยลง (เหลือมื้อละ 300 ml)
ความสามารถในการย่อย: หากดูดเช็กอาหารค้าง (Residual) แล้วเหลือเกิน 100 ml บ่อยๆ แปลว่ามื้อนั้นใหญ่เกินไป ควรซอยมื้อให้เล็กลงแต่ถี่ขึ้น
โรคประจำตัว: เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน อาจต้องแบ่งมื้ออาหารให้สมดุลกับการฉีดอินซูลิน เพื่อไม่ให้น้ำตาลในเลือดเหวี่ยง
📊 ตารางเปรียบเทียบ: แบ่งมื้อน้อย vs แบ่งมื้อมาก
ลักษณะการให้ ข้อดี ข้อเสีย / ความเสี่ยง
แบ่งมื้อน้อย (4 มื้อ) ผู้ดูแลมีเวลาพักมากขึ้น ไม่ต้องล้างอุปกรณ์บ่อย ปริมาณต่อมื้อเยอะ เสี่ยงต่อการสำลักและท้องอืด
แบ่งมื้อมาก (5-6 มื้อ) กระเพาะย่อยง่าย ลดกรดไหลย้อน น้ำตาลคงที่ ผู้ดูแลต้องเตรียมอาหารและล้างอุปกรณ์บ่อยขึ้น
💡 เคล็ดลับ
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่กี่มื้อ แต่คือ "ระยะห่างระหว่างมื้อ" ครับ ควรให้ห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เพื่อให้กระเพาะมีเวลาว่างพอสำหรับการรับอาหารมื้อถัดไป และควรให้น้ำเปล่าตามในปริมาณที่เหมาะสมในทุกมื้อด้วย