แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 8
1
ซอสโบโรเนสเนื้อ SN Food: ซอสโบโลเนสเนื้อ" สูตรต้นตำรับเคี่ยวจนข้นนัว ละลายในปาก จับคู่เส้นพาสต้าหนึบกำลังดี

ร์เมนูที่เป็น "ราชาแห่งพาสต้า" อย่าง "ซอสโบโลเนสเนื้อ" (Beef Bolognese) ค่ะ! หลายคนชอบทานโบโลเนสที่ร้าน แต่อยากรู้ไหมคะว่าทำไมทำเองที่บ้านทีไร รสชาติถึงไม่เข้มข้นนัวเท่าร้าน?

วันนี้เลยขอนำเสนอสูตรและเคล็ดลับการเคี่ยวซอสเนื้อให้ข้นเนียนนุ่ม และเทคนิคการลวกเส้นแบบ Al Dente ให้ได้ความหนึบกำลังดีที่เข้ากับซอสที่สุด... บอกเลยว่าจานนี้ทำเสร็จแล้ว เหมือนยกอิตาลีมาไว้ที่บ้านเลยค๊า!

🔍 หัวใจของความ "เข้มข้นเนียนนุ่ม"
•   1. เนื้อต้องมี "ไขมัน": เลือกเนื้อวัวบดที่มีสัดส่วนไขมันประมาณ 20% ค่ะ ไขมันส่วนนี้คือ "หัวใจ" ที่ทำให้ซอสมีความนุ่มลื่นและไม่แห้งฝืดคอ
•   2. การทำ Sofrito ให้ละเอียด: หอมหัวใหญ่ แครอท และเซเลอรี่ คือเบสที่ขาดไม่ได้ ต้องสับให้ละเอียดและผัดจนเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ความหวานจากผักจะไปรวมตัวกับไขมันเนื้อ กลายเป็นซอสที่เข้มข้นระดับภัตตาคาร
•   3. นมสดคือตัวช่วย: เคล็ดลับดั้งเดิมจากโบโลญญ่า คือการใส่ "นมสด" ลงไปตุ๋นด้วยค่ะ นมจะช่วยลดความเปรี้ยวแหลมของมะเขือเทศ และช่วยให้โปรตีนในเนื้อมีความนุ่มละมุนที่สุด

🛒 วัตถุดิบคุณภาพ (4 ที่)
วัตถุดิบ   สัดส่วน
เนื้อวัวบด (สัดส่วนไขมัน 20%)   600 กรัม
Sofrito (หอม/แครอท/เซเลอรี่สับ)   อย่างละ 1/2 ถ้วย
Tomato Paste / มะเขือเทศกระป๋อง   2 ช้อนโต๊ะ / 1 กระป๋อง
น้ำสต๊อกเนื้อ   1 ถ้วย
นมสด   1/2 ถ้วย
เส้นพาสต้า (Spaghetti / Tagliatelle)   400 กรัม

📝 ขั้นตอนการตุ๋นและจับคู่เส้นพาสต้า
1.   จี้เนื้อให้เกรียม: ผัดเนื้อบดไฟแรงจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม (ขั้นตอนนี้ห้ามข้าม! เพราะนี่คือรสชาติอูมามิสูงสุด)
2.   ผัดผักให้หวาน: ใส่ Sofrito ลงไปผัดจนนุ่มและใส
3.   เคี่ยวด้วยความใจเย็น: ใส่มะเขือเทศ น้ำสต๊อก และนมสด เคี่ยวไฟอ่อนๆ อย่างน้อย 1.5 - 2 ชั่วโมง จนซอสเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มข้นและข้นเนียน
4.   ลวกเส้นแบบ Al Dente: ต้มพาสต้าในน้ำเดือดที่มีเกลือ ให้ได้ความสุกน้อยกว่าที่ระบุหน้าซอง 1 นาที
5.   คลุกเส้นให้เข้าเนื้อ: นำเส้นที่ลวกแล้วลงไปคลุกในกระทะซอส เติมน้ำลวกเส้นเล็กน้อย คลุกจนซอสเกาะเส้นเป็นเงางาม

⚠️ ทริกเด็ด: "ความอร่อยที่มากับเวลา"
•   พักทิ้งไว้ 1 คืน: ซอสโบโลเนสเนื้อที่อร่อยที่สุดคือซอสที่ทำเสร็จแล้วพักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1 คืนค่ะ! วันรุ่งขึ้นรสชาติจะซึมเข้าเนื้อวัวจนนัวที่สุด นำมาอุ่นทานอีกรอบ คุณจะพบกับรสชาติที่ลึกซึ้งกว่าเดิมหลายเท่าตัวค๊า!


2
บริหารจัดการอาคาร: ขั้นตอนการติดตั้งแอร์บ้าน รู้ไว้เช็กตามง่ายๆ ได้งานเป๊ะ

เวลาที่เราซื้อแอร์เครื่องใหม่มาติดที่บ้าน ช่วงเวลาที่ตื่นเต้นที่สุดก็คือตอนที่ "ทีมช่างแอร์" แบกกล่องเครื่องมือและบันไดก้าวเข้ามาในบ้านเราใช่ไหมคะ?

แต่เชื่อไหมคะว่า เจ้าของบ้านหลายคนมักจะปล่อยให้ช่างทำงานไป โดยที่เราไม่ได้เข้าไปร่วมเช็กหน้างานเลย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของช่างเทคนิคซับซ้อน กลัวคุยไม่รู้เรื่อง รู้ตัวอีกทีช่างติดเสร็จกลับบ้านไปแล้ว ผ่านไปไม่กี่อาทิตย์อ้าว... แอร์น้ำหยดโจ๊กๆ เจาะผนังเบี้ยว หรือเดินท่อน้ำยาทัศนียภาพรุงรังขัดสายตาซะงั้น

วันนี้จะพาทุกคนไปส่อง "6 ขั้นตอนการติดตั้งแอร์บ้าน (แบบแยกส่วน)" มากางโพยดูสเต็ปการทำงานของช่างไปพร้อมๆ กัน เผื่อวันไหนติดแอร์จะได้กางเช็กลิสต์คุมงานได้อย่างมือโปรค๊า!


🗺️ เจาะลึก 6 ขั้นตอนการติดตั้งแอร์บ้านฉบับมาตรฐานสากล

ก่อนที่ช่างจะลงมือ สิ่งสำคัญคือการ คุยสรุปตำแหน่งติดตั้ง ร่วมกันก่อนนะคะ (เช่น คอยล์เย็นต้องไม่ตรงหัวเตียง คอยล์ร้อนนอกบ้านต้องระบายลมได้ดี) เมื่อตกลงกันเสร็จแล้ว ช่างจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการดังนี้ค่ะ:


📐 1. ติดตั้งแผ่นเพลทยึดคอยล์เย็น (Indoor Unit Plate)

ช่างจะนำแผ่นเหล็ก (เพลท) มาทาบกับผนังห้องจุดที่จะติดแอร์
•   จุดที่ต้องเช็ก: ช่างระดับมือโปรต้องใช้ "เครื่องวัดระดับน้ำ" (Spirit Level) เพื่อตั้งแผ่นเพลทให้ตรงเป๊ะ ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง และช่างบางคนอาจจะตั้งให้เอียงเทไปทางฝั่งท่อน้ำทิ้งเล็กน้อย (ประมาณ 1-2 มิลลิเมตร) เพื่อช่วยให้น้ำไหลสะดวกขึ้นค๊า

🪚 2. เจาะรูทะลุผนังปูนสำหรับเดินท่อ (Wall Drilling)

ขั้นตอนนี้ช่างจะใช้สว่านกระแทกตัวใหญ่ หรือเครื่องเจาะโฮลซอ (Hole Saw) เจาะผนังให้เป็นรูวงกลม (ขนาดประมาณ 2-3 นิ้ว) เพื่อสอดท่อทองแดง สายไฟ และท่อน้ำทิ้งออกไปนอกบ้าน
•   จุดที่ต้องเช็ก: รูที่เจาะปูน "จะต้องลาดเอียงลงไปฝั่งนอกบ้านเสมอ" ห้ามเจาะตรงขนานหรือเอียงขึ้นเด็ดขาด เพราะถ้าเอียงขึ้น เวลาฝนตกน้ำฝนจะไหลซึมตามท่อเข้ามาในห้องเราทันทีค่ะ


🔌 3. เดินสายไฟและติดตั้งเครื่องคอยล์เย็นเข้าเพลท

ช่างจะทำการเปิดหน้ากากแอร์ตัวในบ้านเพื่อต่อสายไฟควบคุม (Signal Cable) และเตรียมดัดท่อน้ำยาบานแฟลร์ (Flare Connection) จากนั้นจะยกตัวเครื่องคอยล์เย็นสอดท่อทะลุรูผนังแล้วกดล็อกเข้ากับแผ่นเพลทบนกำแพงให้แน่นหนาค่ะ


☀️ 4. ติดตั้งคอยล์ร้อนนอกบ้าน (Outdoor Unit Installation)

ข้ามมาฝั่งนอกบ้านค่ะ ช่างจะติดตั้งขาแขวนเหล็ก (Bracket) ยึดเข้ากับผนังภายนอก หรือตั้งวางคอยล์ร้อนไว้บนลูกยางรองกันสะเทือนบนพื้นระเบียง จากนั้นนำท่อทองแดงที่หุ้มฉนวนกันความร้อน (Aeroflex) และสายไฟเชื่อมต่อเข้ากับหัววาล์วของคอมเพรสเซอร์


🌀 5. ทำระบบสุญญากาศหรือการดักอากาศ (Vacuum) [สำคัญที่สุด!]

หลังจากเชื่อมท่อทุกจุดแน่นหนาแล้ว "ช่างต้องทำการแวคคั่ม (Vacuum) ระบบ" โดยใช้เครื่องปั๊มสูญญากาศต่อเข้ากับเกจวัดแรงดัน เพื่อดูดเอาอากาศและความชื้นที่ตกค้างอยู่ภายในท่อทองแดงออกให้หมดเกลี้ยง 100%
•   จุดที่ต้องเช็ก: ขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาเปิดเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 15 - 30 นาที ห้ามช่างลักไก่ข้ามสเต็ปเด็ดขาดนะคะ เพราะถ้ามีความชื้นเหลืออยู่ในท่อ น้ำยาแอร์จะกลายเป็นกรด คอมเพรสเซอร์จะพังไวและแอร์จะไม่เย็นเจี๊ยบค๊า! ❌


💦 6. ทดสอบระบบการทำงานและเก็บงานเซฟตี้ (Testing)

ช่างจะเปิดวาล์วน้ำยาแอร์ให้วิ่งเข้าระบบ เปิดสวิตช์เบรกเกอร์ไฟ แล้วสตาร์ทแอร์ทดสอบทำงาน
•   ช่างจะใช้ขวดน้ำเทน้ำลงไปที่แผงคอยล์เย็น เพื่อเช็กว่าน้ำไหลลงท่อระบายน้ำทิ้งนอกบ้านได้คล่องตัวดีไหม มีจุดไหนรั่วซึมหยดลงพื้นห้องหรือเปล่า
•   ใช้ดินน้ำมันวิทยาศาสตร์หรือซิลิโคน "อุดรอยรั่วของรูเจาะปูนที่ผนังทั้งในและนอกบ้าน" เพื่อป้องกันไม่ให้หนู แมลง หรือน้ำฝนสาดเข้ามาค๊า

📊 ตารางสรุป: 4 จุดสังเกตช่างติดตั้งแอร์มืออาชีพ (Scannable)

เพื่อความสแกนอ่านง่าย สรุปพอยต์ที่เจ้าของบ้านควรเดินไปส่องดูตอนช่างทำงานมีดังนี้ค๊า

ขั้นตอนติดตั้ง   สิ่งที่ช่างมือโปรต้องทำ                      ผลกระทบหากช่างทำพลาด

การตั้งเพลทผนัง   ใช้เครื่องวัดระดับน้ำตั้งตรงเป๊ะ           แอร์เอียง ดูไม่สวย และน้ำแอร์อาจไหลเอ่อล้นถาด
การเจาะรูผนังปูน   เจาะรูลาดเอียงลาดลงไปนอกบ้าน           น้ำฝนสาดไหลย้อนกลับซึมเข้าวอลเปเปอร์ห้องนอน
การไล่ระบบท่อ   เปิดเครื่องแวคคั่มทิ้งไว้ 15-30 นาที   ระบบชื้น แอร์เย็นไม่ฉ่ำ คอมเพรสเซอร์พังไว
การปิดงานสเต็ปท้าย ใช้ซิลิโคน/ดินน้ำมันวิทยาศาสตร์อุดรูผนัง   หนู แมลง และจิ้งจก แอบมุดรูเข้ามาทำรังในแอร์

💬 สรุปส่งท้าย

เพราะฉะนั้น "ขั้นตอนการติดตั้งแอร์" แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นคนลงมือปีนบันไดเจาะปูนเอง แต่การที่เรามีความรู้ความเข้าใจสเต็ปงานช่างติดตัวไว้ จะช่วยให้เราสามารถร่วมพูดคุย ออกไอเดีย จัดวางตำแหน่งท่อให้สวยเนียนตา และช่วยตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟระบบแอร์ เพื่อให้เงินก้อนโตที่เราจ่ายไป แลกกลับมาด้วยความเย็นฉ่ำสบายใจยาวนานหลายปีเลย



3
จัดฟันบางนา: ทำความสะอาดรีเทนเนอร์ ด้วยวิธีง่ายๆ

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่ารีเทนเนอร์คือการจัดฟัน แต่จริง ๆ แล้วรีเทนเนอร์เป็นเครื่องมือที่นำมาใช้เพื่อคงสภาพฟันไม่ให้เคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งที่เป็นอยู่ ซึ่งหลังจากทันตแพทย์จัดฟันให้คนไข้เสร็จแล้วจะให้ใส่รีเทนเนอร์ อย่างเคร่งครัด เพื่อคงสภาพฟันของเรา ควรถอดรีเทนแนอร์ออกมาแปรงทำความสะอาดรีเทนเนอร์ ไปพร้อมกับแปรงฟันในทุกๆครั้ง แต่บางครั้งการทำความสะอาดด้วยแปรงสีฟันเพียงอย่างเดียวก็อาจจะไม่พอ

โดยรีเทนเนอร์แบบลวดเส้นเดียวและรีเทนเนอร์แบบใสที่สามารถถอดออกได้เหมือนกันนั้น มีวิธีทำความสะอาด ดังนี้

-หลังถอดออกมา ให้ล้างคราบสกปรกที่รีเทนเนอร์ทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ทำความสะอาดได้ยากยิ่งขึ้น ใช้แปรงสีฟันชนิดขนนุ่มกับน้ำอุ่นที่ผสมยาสีฟันหรือน้ำยาล้างจานในปริมาณเล็กน้อยแปรงทำความสะอาดรีเทนเนอร์เบา ๆ หลังรับประทานอาหารทุกครั้ง

-ใช้ก้านสำลีขนาดเล็กเช็ดบริเวณร่องในรีเทนเนอร์ซึ่งเป็นจุดที่ยากต่อการทำความสะอาดด้วยแปรงสีฟัน

-ปรึกษาทันตแพทย์ก่อนแช่รีเทนเนอร์กับน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำยาทำความสะอาดฟันปลอม และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเสมอ

-ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ใช้สารละลายพิเศษสำหรับทำความสะอาดรีเทนเนอร์โดยเฉพาะ เพื่อกำจัดคราบฝังแน่นที่ทำความสะอาดได้ยาก

ส่วนรีเทนเนอร์ชนิดถาวรเป็นอุปกรณ์ที่ยึดติดอยู่กับฟันตลอดเวลา ไม่สามารถถอดออกมาได้ จึงควรหมั่นใช้ไหมขัดฟันกำจัดสิ่งสกปรก ซึ่งปฏิบัติได้ตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

ร้อยไหมขัดฟันเข้าไประหว่างรีเทนเนอร์และฟันล่าง โดยอาจใช้เข็มร้อยไหมขัดฟันเพื่อช่วยให้ร้อยได้ง่ายขึ้น
จับไหมขัดฟันแต่ละข้างแล้วดึงไหมขัดฟันขึ้นและลงระหว่างซี่ฟันเพื่อกำจัดสิ่งสกปรก โดยดึงให้ไหมขัดฟันลงลึกไปถึงบริเวณขอบเหงือกด้วย
ผู้ที่มีปัญหาในการใช้ไหมขัดฟันควรปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำในการใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ หลังใช้รีเทนเนอร์แล้วพบว่าเหงือกหรือเนื้อเยื่อภายในช่องปากบวมแดงหรือพบอาการผิดปกติใด ๆ ภายในช่องปาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

4
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี
1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม

เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
พิกัด  https://shopee.co.th/dseelin_official


5
คอร์สหมูฉ่ำนัว หมูคั่วสูตรลับ "จับเงินแสน" 💰

เปลี่ยนครัวที่บ้านให้ทำเงินได้ง่าย! ด้วยสูตรลับ 10 ปี ที่หากินไม่ได้ตามท้องตลาด!
คุณเบื่อไหม? กับการทำอาหารยุ่งยาก เสียเวลา แต่ขายไม่ดี ไม่มีกำไร❌
มาเปลี่ยนวิธีคิดและการลงมือทำที่ง่ายๆเริ่มได้เลย!  ด้วยสูตรหมูคั่วที่ “ครูแมกซ์” คิดค้นและทำเงินมานานกว่า 10 ปี!

🔥 ทำไมคอร์สนี้ถึงต่างจากที่อื่น?
✅ เครื่องปรุงน้อย ต้นทุนต่ำ กำไรสูง
✅ ไม่ต้องหมักข้ามคืน ประหยัดเวลา
✅ คลุกปุ๊บ! ทอดปั๊บ! ขายได้ทันที
✅ รสชาติเด็ด ยิ่งกินยิ่งนัว หากินยากตามท้องตลาด

💎 เทคนิคพิเศษที่คุณจะได้เรียนรู้:
👨‍🍳 วิธีเลือกเนื้อหมูคุณภาพ และหั่นให้นุ่ม ไม่เหนียว ไม่เคี้ยวยาก ไม่แห้งคอ
🍖 เทคนิคการคั่วหมูให้ได้สีคาราเมล ฉ่ำเยิ้ม น่ากิน ในเวลาเพียงนิดเดียว!
📦 กลเม็ดเลือก packaging ที่ช่วยอัพราคาขายได้ทันที!! แบบไม่เหนื่อยทำเพิ่ม

👑 เหมาะสำหรับคนที่:
มีเวลาน้อย แต่อยากมีรายได้เสริม
ไม่ชอบความยุ่งยาก อยากทำง่าย ขายคล่อง
ไม่เก่งทำอาหาร แต่อยากสร้างรายได้จากครัวที่บ้าน

🔴 โอกาสการสร้างรายได้จากอาหารง่ายๆมาถึงแล้ว!
#แม้ทำอาหารไม่เป็นก็ทำขายได้
สมัครวันนี้ รับราคาพิเศษที่สุดทันที!!
จากปกติ 1,999 บาท เหลือเพียง 499 บาท เท่านั้น!

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


6
รถกระบะรับจ้าง กรุงเทพ ราคาดี เข้าถึงง่าย พร้อมบริการทุกพื้นที่ในเมืองใหญ่

เมื่อพูดถึงการขนย้ายในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยผู้คน เส้นทางซับซ้อน และเวลาที่มีค่าทุกวินาที คุณจำเป็นต้องมีผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ และนั่นคือเหตุผลที่ รถรับจ้างกรุงเทพ  กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ลูกค้าจำนวนมากไว้วางใจ การขนย้ายของในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป! ไม่ว่าคุณจะย้ายบ้าน ขนของขึ้นคอนโด ขนเฟอร์นิเจอร์ ย้ายออฟฟิศ หรือขนส่งสินค้าไปยังที่ต่าง ๆ การมี รถรับจ้างกรุงเทพ ที่ ราคาดี เข้าถึงง่าย คือคำตอบที่ช่วยให้คุณประหยัดเวลา ลดความยุ่งยาก และมั่นใจในความปลอดภัย

    ราคาดี คุ้มค่าในทุกการขนย้าย

ในยุคที่ทุกอย่างต้องคุมงบ รถรับจ้างกรุงเทพ ที่ดีควรมีการ ประเมินราคาชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง และควรเสนอราคาที่เหมาะสมกับระยะทาง ประเภทของรถ และปริมาณของที่ขน ลูกค้าสามารถเลือกได้ตั้งแต่รถกระบะธรรมดา รถกระบะตู้ทึบ ไปจนถึงรถหกล้อขนาดใหญ่ ทำให้เหมาะกับทั้งงานเล็กและงานใหญ่ และเราให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในเรื่องราคา เรามีบริการ ประเมินราคาฟรี ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดล่วงหน้า พร้อมเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมกับงบประมาณและระยะทางได้ง่าย ๆ เพียงแค่ติดต่อเรา

    เข้าถึงง่าย ทุกเขตทั่วกรุงเทพ

กรุงเทพฯ มีถนนซับซ้อน การจราจรแน่นขนัด แต่ด้วยทีมงานมืออาชีพที่ชำนาญเส้นทางในเมืองหลวง การเข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและตรงเวลา เป็นสิ่งที่ รถรับจ้างขนของ คุณภาพควรมี ไม่ว่าคุณจะอยู่ เขตบางนา บางกะปิ ดอนเมือง รามอินทรา ห้วยขวาง หรือฝั่งธนฯ รถก็พร้อมวิ่งไปรับถึงหน้าบ้านอย่างไม่ต้องรอนาน เราพร้อมให้บริการทันที ด้วยรถรับจ้างหลากหลายประเภท

    ติดต่อสะดวก หลากหลายช่องทาง

ยุคนี้ไม่ต้องโทรหาหลายที่ให้ปวดหัวอีกต่อไป เพราะ รถรับจ้างกรุงเทพ ของเรามีช่องทางการติดต่อที่หลากหลาย ทั้ง โทรศัพท์, LINE, Facebook, และเว็บไซต์ ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูล ขอใบเสนอราคา หรือจองคิวล่วงหน้าได้ง่าย ๆ และเรายังให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อให้คุณวางแผนการขนย้ายได้อย่างมั่นใจ

    ทีมงานมืออาชีพ ใส่ใจบริการ

เบื้องหลังการขนย้ายที่ราบรื่นคือทีมงานที่มีประสบการณ์ พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการจัดเรียงของ การป้องกันอย่างปลอดภัย แน่นอนว่า รถรับจ้างกรุงเทพ มีบริการเสริม เช่น ช่วยแพ็คของ หรือแม้แต่ ขนของขึ้น-ลงลิฟต์หรือบันได เรียกได้ว่าช่วยคุณทุกขั้นตอน ด้วยประสบการณ์ในวงการขนส่งกว่า 10 ปี

ปลอดภัย สบายใจทุกเที่ยว

รถรับจ้างกรุงเทพ ที่ดีต้องใส่ใจเรื่องความปลอดภัย ทั้งในด้านสภาพรถที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา และการดูแลทรัพย์สินของลูกค้าอย่างมืออาชีพ ขนส่ง ให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัย ความรวดเร็ว และความพอใจของลูกค้า เป็นอันดับหนึ่ง เราเข้าใจดีว่าของทุกชิ้นคือสิ่งสำคัญของคุณ และเราพร้อมดูแลอย่างดีที่สุด เพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าอีกระดับด้วยค่ะ

ถ้าคุณกำลังมองหาบริการ รถรับจ้างกรุงเทพ ราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่มาพร้อมความสะดวกสบาย ทีมงานมืออาชีพ และความมั่นใจในคุณภาพ ไม่ว่าจะขนย้ายเล็กหรือใหญ่ ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แค่เลือก รถรับจ้างกรุงเทพ ที่ตอบโจทย์ครบถ้วน คุณก็สามารถเปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายในพริบตา ด้วยบริการที่ครอบคลุมทั้ง รถกระบะรับจ้าง รถสี่ล้อใหญ่รับจ้าง รถหกล้อรับจ้าง และรถสิบล้อรับจ้าง ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกประเภทของรถให้เหมาะกับลักษณะงานขนย้ายได้อย่างลงตัว ไม่เพียงเท่านี้ เรายังมี รถเทรลเลอร์ สำหรับงานขนย้ายขนาดใหญ่ เช่น ตู้คอนเทนเนอร์ หรืออุปกรณ์ขนาดพิเศษ และ รถเฮี๊ยบรับจ้าง ที่มาพร้อมเครนสำหรับยกของหนัก เช่น เครื่องจักร ตู้ไฟฟ้า หรือวัสดุก่อสร้าง

ไม่ว่าคุณจะต้อง ย้ายบ้าน ย้ายหอพัก คอนโด อพาร์ตเมนต์ ก็สามารถเรียกใช้บริการได้ทันที รวมถึงงานขนย้ายระดับอุตสาหกรรม เช่น ขนส่งสินค้า ย้ายไซต์งาน ย้ายเครื่องจักร และ รับจ้างขนของทั่วไป เราก็พร้อมให้บริการด้วยทีมงานมืออาชีพที่ใส่ใจและมีประสบการณ์

บริการของเราครอบคลุมทั้ง ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และขนย้ายไปต่างจังหวัด ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น ได้ทุกภาคทั่วไทย ให้คุณอุ่นใจในทุกระยะทาง ไม่ต้องเสียเวลาหาหลายเจ้า เพราะที่นี่คือบริการขนย้าย ครบ จบในที่เดียว สะดวก คุ้มค่า และไว้ใจได้ทุกเที่ยวค่ะ

7
วิธีหอาชีพเสริม พิเศษด้วยการขายอาหารทำเองเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการทำอาหารของคุณให้เกิดประโยชน์

ในโลกทุกวันนี้ ผู้คนจำนวนมากมองหาวิธีที่จะสร้างรายได้พิเศษและหนึ่งในทางเลือกที่ทำได้จริงและคุ้มค่าที่สุดคือการขายอาหารที่บ้าน ไม่ว่าคุณจะมีความหลงใหลในการทำอาหารหรือต้องการเปลี่ยนทักษะการทำอาหารของคุณให้กลายเป็นธุรกิจ การขายอาหารจากที่บ้านอาจเป็นโอกาสที่ดีได้ การหารายได้เสริมจากการขายอาหารทำที่บ้านเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการใช้ทักษะการทำอาหารของคุณให้เกิดประโยชน์

การสร้างรายได้เพิ่มเติมนี่คือวิธีที่คุณสามารถเริ่มต้นและทำให้ธุรกิจอาหารที่บ้านของคุณประสบความสำเร็จ
1. เลือกอาหารที่เหมาะสมในการขาย
การเลือกประเภทอาหารที่ถูกต้องเป็นขั้นตอนแรก โปรดพิจารณาสิ่งต่อไปนี้:
สินค้าที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการเช่น เบเกอรี่ อาหารเพื่อสุขภาพ ขนมขบเคี้ยว หรืออาหารจานโฮมเมดแบบดั้งเดิม
อาหารที่เหมาะกับทักษะของคุณ – เน้นไปที่อาหารที่คุณทำดีที่สุดและอาหารที่ผู้คนชื่นชอบ
อายุการเก็บรักษาที่ยาวนานและบรรจุภัณฑ์ที่สะดวก – หากคุณวางแผนจะขายทางออนไลน์หรือจัดส่ง โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าอาหารยังคงมีความสด

2. เข้าใจกฎระเบียบด้านอาหารในท้องถิ่น
ก่อนเริ่มต้น ควรตรวจสอบกฎหมายด้านอาหารในพื้นที่ของคุณก่อน สถานที่บางแห่งกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตหรือการตรวจสอบด้านสุขภาพสำหรับธุรกิจอาหารที่ทำที่บ้าน การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของอาหารจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและสร้างความไว้วางใจจากลูกค้าได้

3. ตั้งค่าธุรกิจของคุณ
หากต้องการให้ธุรกิจอาหารของคุณประสบความสำเร็จ โปรดพิจารณาขั้นตอนสำคัญเหล่านี้:
สร้างแบรนด์ – เลือกชื่อและออกแบบโลโก้ที่เรียบง่ายเพื่อดึงดูดลูกค้า
กำหนดราคาของคุณ – คำนวณต้นทุนส่วนผสม แรงงาน และบรรจุภัณฑ์เพื่อกำหนดราคาที่สามารถแข่งขันได้
ตัดสินใจเลือกช่องทางการขาย – คุณสามารถขายผ่านโซเชียลมีเดีย แอปส่งอาหาร หรือตลาดท้องถิ่น

4. โปรโมตอาหารโฮมเมดของคุณ
การตลาดเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จ ต่อไปนี้เป็นวิธีส่งเสริมธุรกิจของคุณ:
ใช้โซเชียลมีเดีย – แพลตฟอร์มเช่น Facebook, Instagram และ TikTok สามารถช่วยจัดแสดงอาหารของคุณได้
เสนอตัวอย่างและโปรโมชั่น – ให้ลูกค้าที่สนใจได้ชิมอาหารของคุณและมอบส่วนลดพิเศษ
กระตุ้นการตลาดแบบปากต่อปาก – ลูกค้าที่พึงพอใจสามารถช่วยกระจายข่าวสารเกี่ยวกับธุรกิจของคุณได้

5. ให้บริการลูกค้าอย่างดีเยี่ยม
การบริการลูกค้าที่ดีเยี่ยมทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ ตอบคำถามอย่างรวดเร็ว รักษาคุณภาพอาหาร และจัดส่งตรงเวลา ลูกค้าที่พึงพอใจมีแนวโน้มที่จะแนะนำธุรกิจของคุณให้กับผู้อื่น

การขายอาหารทำเองที่บ้านเป็นช่องทางที่ทำกำไรและสนุกสนานในการหารายได้พิเศษได้ การเลือกอาหารที่ถูกต้อง ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ และให้บริการลูกค้าอย่างยอดเยี่ยม จะช่วยให้คุณสร้างธุรกิจอาหารที่บ้านที่ประสบความสำเร็จได้ เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ และขยายธุรกิจของคุณตามจังหวะของคุณเอง


8
วัตถุดิบ อาหารคนป่วยติดเตียง มีอะไรบ้างที่ควรทาน?สารอาหารครบ ย่อยง่าย สบายท้อง

สำหรับบ้านไหนที่กำลังรับหน้าที่เป็นผู้ดูแล "ผู้ป่วยติดเตียง" หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญและพิถีพิถันเป็นพิเศษในทุกๆ วันก็คือเรื่องของ "อาหารการกิน" ในแต่ละมื้อใช่ไหมคะ?

เนื่องจากผู้ป่วยติดเตียงจะมีการขยับเขยื้อนร่างกายน้อยมาก ทำให้อัตราการเผาผลาญลดลง และระบบการย่อยอาหารรวมถึงลำไส้ทำงานได้ช้าลงตามไปด้วย ส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด ท้องผูก หรือแน่นท้องได้ง่ายมากค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น หลายท่านยังมีภาวะกล้ามเนื้อการเคี้ยวและการกลืนอ่อนแรง ทำให้เสี่ยงต่อการสำลักอาหารได้ง่าย

โจทย์ของคนหลังครัวคือ แล้วเราควรเลือกวัตถุดิบอะไรมาต้มและปั่นให้ท่านทานดี? วันนี้คุณแม่เลยขอสรุป "วัตถุดิบ 4 กลุ่มหลักที่ผู้ป่วยติดเตียงควรได้รับในอาหารเหลว" เพื่อให้ได้สารอาหารเข้มข้นครบ 5 หมู่ ย่อยง่าย และดีต่อสุขภาพของท่านที่สุดมาฝากกันค่ะ

📝 4 กลุ่มวัตถุดิบในอาหารเหลวที่ "ผู้ป่วยติดเตียงควรทาน"

เพื่อให้มื้ออาหารเหลวชามเล็กๆ อัดแน่นไปด้วยคุณค่าโภชนาการที่ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที คุณแม่แนะนำให้เลือกใช้วัตถุดิบเหล่านี้เป็นหลักค่ะ:

1. คาร์โบไฮเดรตที่นุ่มนวลและย่อยง่าย (แหล่งพลังงานหลัก)
เพื่อไม่ให้ระบบย่อยอาหารของผู้ป่วยทำงานหนักจนเกิดแก๊สในกระเพาะ แหล่งพลังงานแคลอรีหลักควรเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวที่ผ่านการต้มหรือเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มสุดๆ ค่ะ

วัตถุดิบแนะนำ: ข้าวหอมมะลิสุก ต้มเคี่ยวจนเมล็ดข้าวเละแตกตัว หรือ มันฝรั่ง/มันเทศนึ่ง นำมาบดละเอียด วัตถุดิบกลุ่มนี้จะย่อยง่ายมาก ร่างกายดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที ไม่ทำให้ท้องอืดอึดอัดตัวค่ะ

2. โปรตีนสะอาดไขมันต่ำ (ช่วยซ่อมแซมและคงสภาพกล้ามเนื้อ)
ผู้ป่วยติดเตียงมักจะเผชิญกับภาวะกล้ามเนื้อลีบแฝง การได้รับโปรตีนที่เพียงพอจึงสำคัญมากค่ะ แต่ต้องเลือกโปรตีนที่เนื้อสัมผัสนุ่มและละเอียดง่าย เพื่อให้ปั่นได้เนียนสนิท:

วัตถุดิบแนะนำ: เนื้อปลาสีขาวไม่มีก้าง (เช่น ปลากระพงหรือปลาทับทิมนึ่ง), เต้าหู้หลอดเนื้อนิ่ม หรือ ไข่ตุ๋น/ไข่ต้ม วัตถุดิบเหล่านี้ให้กรดอะมิโนและโปรตีนที่สูงมาก ย่อยง่าย เกิดของเสียในร่างกายน้อย และเมื่อนำไปปั่นจะผสมรวมกับข้าวได้เนียนละมุนลื่นคอ ไม่สากระคายคอผู้ป่วยค่ะ 🐟🥚

3. ผักเนื้อนิ่มไร้กากใยเหนียว (วิตามินบำรุงและช่วยขับถ่าย)
เนื่องจากผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้ขยับร่างกาย ลำไส้จะบีบตัวน้อยทำให้ท้องผูกได้ง่ายมาก เราจึงต้องเติมวิตามินและใยอาหารให้ท่านค่ะ แต่ห้ามใช้ผักใบเขียวที่มีเส้นใยเหนียวๆ เพราะปั่นให้เนียนยากและเสี่ยงต่อการสำลัก

วัตถุดิบแนะนำ: ให้เปลี่ยนมาใช้ผักประเภทหัวหรือผักเนื้อนิ่มที่ต้มแล้วเปื่อยง่ายแทน เช่น ฟักทอง, แครอท, หรือหัวไชเท้า ต้มจนนิ่มสุดๆ แล้วปั่นรวมกัน ผักเหล่านี้จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น แถมให้วิตามิน เบต้าแคโรทีน และความหวานธรรมชาติชวนทานด้วยค่ะ 🎃🥕

4. ไขมันดี (ตัวช่วยเพิ่มพลังงานและชะลอน้ำตาล)
เนื่องจากอาหารเหลวมักจะมีความหนาแน่นของพลังงานต่ำ การเติมไขมันดีจะช่วยเพิ่มแคลอรีให้ถึงเกณฑ์โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องทานปริมาณเยอะเกินไปจนแน่นท้องค่ะ

วัตถุดิบแนะนำ: แนะนำให้หยด "น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันมะกอก" ลงไปประมาณ 1 ช้อนชาในอาหารบดขณะปั่นค่ะ ไขมันดีจะช่วยเพิ่มพลังงาน ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบางชนิดไปใช้ได้ดีขึ้น และช่วยให้เนื้ออาหารเหลวมีความลื่นคอกลืนง่ายขึ้นด้วยค่ะ


💡 ทริกสำคัญอัปความอร่อย + ความปลอดภัยฉบับคุณแม่
ชูรสชาติด้วยน้ำซุปธรรมชาติ: ผู้ป่วยติดเตียงมักจะเบื่ออาหารเพราะต่อมรับรสทำงานลดลง คุณแม่แนะนำให้ใช้ "น้ำซุปเคี่ยวจากกระดูกและผักธรรมชาติ" (ไม่ใส่ผงชูรสและคุมโซเดียมต่ำ) เป็นเบสหลักในการปรุงและปั่นอาหาร ความหอมกลมกล่อมธรรมชาติจะช่วยกระตุ้นความยากอาหารได้ดีมากๆ ค่ะ 🍲

เนื้ออาหารต้องเนียนสนิท ห้ามแยกชั้น: เวลาปั่นอาหารเหลว (Pureed Diet) ต้องปั่นให้เนื้อเนียนละเอียดคล้ายพุดดิ้งและไม่มีส่วนที่เป็นน้ำแยกออกจากเนื้ออาหารเด็ดขาดนะคะ เพื่อความปลอดภัยขั้นสุดและลดความเสี่ยงจากการสำลักอาหารเข้าหลอดลมค่ะ

จัดท่านั่งขณะทาน: แม้จะเป็นผู้ป่วยติดเตียง แต่เวลาทานอาหาร ห้ามนอนทานเด็ดขาดค่ะ ควรปรับหัวเตียงให้ผู้ป่วยนั่งสูงอย่างน้อย 45-60 องศา (หรือ 90 องศาได้จะดีที่สุด) และให้ผู้ป่วยนั่งพักในท่าเดิมต่ออีกประมาณ 30-45 นาทีหลังทานเสร็จ เพื่อป้องกันกรดไหลย้อนหรืออาหารขย้อนกลับค่ะ

9
สตูว์ไก่ Chicken Stew อาหารพร้อมทาน

รายละเอียดสินค้า
อาหารพร้อมทาน สตูว์ไก่ หอมอร่อย เนื้อเต็มคำ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม น้ำหนักเนื้อ 130 กรัม

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล

ช่องทางการสั่งซื้อ

เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


10
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*


ข้อแนะนำในการใช้

- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี

ขนาดบรรจุ 300 กรัม

เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด : https://shopee.co.th/dseelin_official


11
📌 รายละเอียดคอร์ส “ข้าวผัดสไตล์ครูแมกซ์ - สูตรสร้างเงินแสน”

เปลี่ยนข้าวผัดธรรมดา ให้กลายเป็นธุรกิจทำเงินเริ่มง่ายๆจากครัวที่บ้านคุณ!
คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้หรือไม่?
– ข้าวติดกระทะทุกครั้งที่ผัด
– ข้าวเป็นก้อน แฉะ ไม่ร่วนสวย
– เจอน้ำมันนองกล่อง เยิ้มๆ กินไปกลัวไป เลี่ยนไป
– รสชาติไม่สม่ำเสมอ ไม่เคยเหมือนเดิมสักครั้ง

มาเรียนรู้เคล็ดลับง่ายๆที่ครูแมกซ์ใช้ผัดขายจริงมาแล้วทั้งหมด
✅ เทคนิคการผัดข้าวให้ร่วนสวย โดยไม่ต้องแช่เย็นข้ามคืน
✅ สูตรลับทำข้าวผัดไร้น้ำมันนอง สวยน่ากิน
✅ วิธีปรุงรสให้เหมือนกันทุกจาน ด้วยเครื่องปรุงน้อยชิ้น
✅ ไอเดียต่อยอดสร้างเมนูซิกเนเจอร์ แม้ไม่เก่งเรื่องทำอาหารก็ทำได้
คอร์สนี้คือทางลัดสู่ธุรกิจข้าวผัดที่ทำเงินแสนให้คุณเพียง!
สมัครวันนี้ เริ่มขายพรุ่งนี้ เปลี่ยนทักษะง่ายๆ เป็นรายได้ก้อนโตแบบไม่ต้องง้อใคร!

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


12
ซุปฟักทอง SN Food: ซุปฟักทอง เนื้อเนียนนุ่มหอมหวานนัวจากธรรมชาติ คลีน ละมุนลิ้นอร่อยอุ่นสบายท้อง

มาแชร์เคล็ดลับการทำซุปผักให้เนียนละเอียดระดับภัตตาคารกันไปแล้ว วันนี้ได้ฤกษ์งามยามดีที่คุณแม่จะมาเปิดสูตรและแชร์ "วิธีทำซุปฟักทองโฮเมด" แบบจัดเต็มกันค่ะ!

สูตรนี้เน้นดึงความหวานธรรมชาติจากตัวฟักทองและผักเคี่ยว ไม่ต้องพึ่งน้ำตาลทรายเลยค่ะ รสชาติจะมีความหอมมัน นุ่มนวล เคลือบลื่นคอ เหมาะมากๆ สำหรับเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบ มื้อเบาๆ ก่อนนอน หรือทำเอาใจเด็กๆ และผู้ใหญ่ในบ้านค่ะ เตรียมวัตถุดิบแล้วเข้าครัวกันเลย!


📝 วัตถุดิบและส่วนผสม (สำหรับ 3-4 ที่)

ฟักทองไทยหรือฟักทองญี่ปุ่น: 500 กรัม (ปอกเปลือก ควักไส้ และหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเท่าๆ กัน)

หอมหัวใหญ่: ½ ลูก (สับละเอียด)

กระเทียม: 2 กลีบ (สับละเอียด)

น้ำซุปผัก หรือน้ำซุปไก่: 2-3 ถ้วยตวง (ปริมาณปรับได้ตามความชอบความข้นค่ะ)

นมสดรสจืด หรือครีมสด (Cooking Cream): ½ ถ้วยตวง (สำหรับสายสุขภาพจะใช้กะทิธัญพืชหรือนมพิสตาชิโอก็ได้นะคะ)

เนยสดชนิดเค็ม: 1 ช้อนโต๊ะ (ใช้น้ำมันมะกอกแทนได้ค่ะ)

เครื่องปรุงพื้นฐาน: เเกลือป่น และพริกไทยดำบดละเอียด (ปริมาณตามชอบ)


👩‍🍳 ขั้นตอนและวิธีทำซุปฟักทองเนื้อเนียน

ขั้นตอนที่ 1: ผัดเบสเพิ่มความหอม
ตั้งหม้อด้วยไฟอ่อน ใส่เนยสดลงไปพอละลาย จากนั้นใส่หอมหัวใหญ่และกระเทียมสับลงไปผัดอย่างใจเย็น ผัดจนหอมหัวใหญ่เริ่มสุกใสและส่งกลิ่นหอมหวานธรรมชาติออกมา ขั้นตอนนี้จะช่วยเพิ่มมิติความหอมนัวให้ซุปของเราค่ะ


ขั้นตอนที่ 2: ต้มฟักทองให้เปื่อยนุ่ม
ใส่ฟักทองที่หั่นเตรียมไว้ลงไปผัดคลุกเคล้ากับเนยและหอมใหญ่สักครู่ จากนั้นเทน้ำซุปผักหรือน้ำซุปไก่ลงไปให้พอท่วมฟักทอง เร่งไฟขึ้นเล็กน้อยให้พอเดือด แล้วลดเป็นไฟอ่อน ปิดฝาตุ๋นทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จนกระทั่งเนื้อฟักทองเปื่อยนุ่ม (ลองใช้ส้อมจิ้มดูแล้วยุ่ยเนียน ไม่มีส่วนแข็งเหลืออยู่ค่ะ) จากนั้นปิดเตาและพักไว้ให้คลายความร้อนสักครู่


ขั้นตอนที่ 3: ปั่นและกรองเสกความเนียนกริบ
ตักฟักทองและน้ำซุปที่ต้มจนเปื่อยใส่ในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ปั่นด้วยความเร็วสูงจนเนื้อฟักทองหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เคล็ดลับเด็ดของคุณแม่คือ ให้นำเนื้อซุปที่ปั่นเสร็จเทกรองผ่านกระชอนตาถี่อีกหนึ่งรอบ เพื่อดักจับกากใยที่หลงเหลือออกไป เราจะได้เนื้อซุปที่เนียนกริบละมุนลิ้นที่สุดค่ะ


ขั้นตอนที่ 4: เติมความนัวและปรุงรส
เทเนื้อซุปที่กรองเนียนแล้วกลับคืนสู่หม้อ ตั้งไฟอ่อนๆ จากนั้นค่อยๆ เทนมสดหรือครีมสดลงไป คนให้เข้ากันอย่างเบามือ ปรุงรสด้วยเกลือป่นและพริกไทยดำตามชอบ ค่อยๆ ชิมให้ได้รสชาติหวานละมุนจากฟักทองและมีความเค็มมันนัวตามปลายลิ้น พอซุปเริ่มร้อนและเดือดรุมๆ (ระวังอย่าให้เดือดพล่านนะคะ เดี๋ยวนมจะแตกมัน) ก็ปิดเตาพร้อมจัดเสิร์ฟได้เลยค่ะ!


💕 ไอเดียแต่งหน้าพร้อมทาน

เวลาตักใส่ถ้วย คุณแม่ชอบหยดครีมสดเป็นเส้นลวดลายสวยๆ ด้านบน โรยพริกไทยดำอีกนิด แล้วท็อปปิ้งด้วยเมล็ดฟักทองคั่วหอมๆ หรือขนมปังกรอบ (Croutons) ค่ะ ความกรุบกรอบของท็อปปิ้งเวลาเคี้ยวโดนจะตัดกับความเนียนนุ่มของซุปได้อย่างฟินที่สุดเลยค่ะ ทานคู่กับสลัดผักสดหรือขนมปังปิ้งโฮลวีทสักชิ้น อิ่มสบายท้องแบบเฮลตี้มากๆ ค่ะ

13
ช่างซ่อมบำรุงอาคาร: เช็กรอยร้าวบนผนังอาคาร แบบไหนแค่ผิวเผิน แบบไหนอันตรายต้องรีบซ่อม?

สำหรับคนรักบ้านแล้ว สิ่งหนึ่งที่เห็นทีไรก็ชวนให้ใจคอไม่ดี จิตตก และชวนปวดหัวสุดๆ คงหนีไม่พ้น "รอยร้าวบนผนังอาคาร" ใช่ไหมคะ? ยิ่งช่วงหน้าฝนหรือตอนที่แดดเมืองไทยร้อนจัดๆ เดินสำรวจบ้านทีไรเป็นต้องเจอรอยแตกแหงงๆ โผล่มาตามมุมห้องหรือผนังภายนอกทุกที

สารภาพเลยค่ะว่าแวบแรกที่เห็น หลายบ้านแอบหลอนไปไกลว่า "อุ๊ย! บ้านจะถล่มไหม? ตึกกำลังจะทรุดรึเปล่า?" 😭

วันนี้เราเลยขอรวบรวมข้อมูลแบบเข้าใจง่าย มาชวนทุกคนทำตัวเป็นวิศวกรประจำบ้าน เช็กลักษณะรอยร้าวบนผนัง ว่าแบบไหนแก้เองได้ และแบบไหนที่ต้องรีบตามช่างมาซ่อมด่วน พร้อมวิธีซ่อมบำรุงมาฝากกันค่ะ!

🔍 1. เช็กให้ชัวร์... รอยร้าวแบบไหน "ไม่อันตราย" (ซ่อมเองสบายมาก)
รอยร้าวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการยืดหดตัวของปูนฉาบ หรือการแห้งตัวที่เร็วเกินไปตอนช่างฉาบผนัง ไม่เกี่ยวกับโครงสร้างหลักของอาคารค่ะ:

รอยร้าวลายงา (Hairline Cracks): เป็นรอยเส้นเล็กๆ ฝอยๆ แตกแขนงคล้ายรากไม้หรือเปลือกไข่ กระจัดกระจายอยู่บนผิวปูนฉาบ

รอยร้าวแนวดิ่งหรือแนวราบสั้นๆ: มักเกิดบริเวณรอยต่อแผ่นสำเร็จรูปหรือผนังมวลเบาที่ขยับตัวเล็กน้อยตามสภาพอากาศ

💡 วิธีซ่อม: รอยแบบนี้โครงสร้างยังแข็งแรงดีค่ะ ซ่อมบำรุงได้ง่ายๆ โดยการขูดลอกสีรอบๆ ออก ใช้เคมีภัณฑ์ประเภท Acrylic Filler (แด๊ป) หรือพียูโฟม ปาดอุดโป๊วรอยแผลให้เรียบ ขัดแต่งด้วยกระดาษทราย แล้วทาสีทับหน้าแค่นี้ผนังก็กลับมาเนียนกริบเหมือนเดิมแล้วค่ะ


🚨 2. รอยร้าวสัญญาณเตือน "อันตราย!" (ต้องรีบซ่อมด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญ)
ถ้าเดินสำรวจแล้วเจอพวกรอยร้าวลักษณะเหล่านี้ ห้ามปล่อยผ่านหรือแค่เอาปูนไปโป๊วปิดเด็ดขาดนะคะ เพราะมันคือสัญญาณเตือนว่าโครงสร้างอาคารกำลังมีปัญหาชำรุดค่ะ!

รอยร้าวเฉียง 45 องศา (จากมุมวงกบประตูหรือหน้าต่าง): เป็นรอยเฉียงวิ่งยาวทะลุผนัง สัญญาณนี้มักบอกว่า "อาคารกำลังเกิดการทรุดตัวไม่เท่ากัน" ของเสาหรือฐานรากฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แรงดึงจึงรั้งจนผนังฉีกขาด

รอยร้าวรูปกากบาท (X-Cracks) กลางผนัง: เกิดจากอาคารได้รับแรงบิด แรงสั่นสะเทือนรุนแรง หรือขยับตัวอย่างหนักรุนแรง

รอยร้าวลึกเห็นเหล็กเส้นข้างในปูน (สนิมระเบิด): มักเกิดกับผนังภายนอกหรือดาดฟ้าที่มีน้ำซึมเข้าไปใต้ชั้นปูน จนเหล็กเส้นด้านในเป็นสนิม พองตัวดันคอนกรีตแตกกะเทาะออกมา

💡 วิธีซ่อม: ห้ามโป๊วปิดเองเด็ดขาดค่ะ! ต้องรีบตามวิศวกรโครงสร้างมาตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุของการทรุดตัวก่อน อาจต้องมีการ ดีดบ้าน เสริมเสาเข็มไมโครไพล์ (Micropile) หรือถ้าเป็นรอยร้าวลึกที่ผนัง ต้องใช้ช่างสกัดปูน ทาน้ำยากันสนิมที่เหล็กเส้น แล้วใช้ ปูนทรายประเภทโครงสร้าง (Non-Shrink Grout) หรืออีพ็อกซี่ฉีดอัดเข้าไปเพื่อยึดประสานให้แข็งแรงดังเดิมค่ะ


💡 3. ทริคสำคัญในการซ่อมบำรุงผนังร้าวให้เนียนยาวนาน
อย่ารีบซ่อมตอนบ้านเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ: ถ้าเป็นบ้านใหม่แกะกล่อง ให้ใจเย็นๆ รอให้ผ่านไปสัก 1-2 ปี เพื่อให้ตัวบ้านเซ็ตตัวและทรุดนิ่งสนิทก่อน ค่อยตามเก็บงานซ่อมรอยร้าวทีเดียว จะได้ไม่ต้องทำซ้ำหลายรอบค่ะ

เลือกใช้วัสดุอุดโป๊วที่มีความยืดหยุ่นสูง: ผนังภายนอกอาคารที่ต้องตากแดดตากฝน ควรเลือกใช้ PU Sealant (โพลียูรีเทน) แทนซิลิโคนทั่วไป เพราะมีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อรังสียูวี และสามารถทาสีทับได้ ไม่ทำให้สีหลุดร่อนค่ะ

แก้ไขระบบกันซึมควบคู่ไปด้วย: หากผนังร้าวเพราะมีคราบน้ำรั่วซึมมาจากดาดฟ้าหรือท่อน้ำแตก ต้องซ่อมระบบกันซึมและอุดรอยรั่วของน้ำให้แห้งสนิทก่อนที่จะเริ่มซ่อมผนังปูนฉาบนะคะ ไม่อย่างนั้นซ่อมกี่รอบปูนก็ร่อนเหมือนเดิมค่ะ

14
การเล่นกีฬา ในระหว่างการจัดฟันเด็ก สามารถทำได้หรือไม่

อย่างที่หลายๆท่านทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า ในยุคสมัยนี้มีนวัตกรรมทางทันตกรรมที่ล้ำสมัย โดยมีชื่อว่า EF Line อุปกรณ์สำคัญในการจัดฟันในเด็กเล็ก ซึ่งได้ผลดีเกินคาด และได้รับการรองรับจากทันตแพทย์ทั่วโลกว่า เหมาะสมสำหรับเด็ก ลบความเชื่อผิดๆที่ว่าเด็กเล็กไม่ควรจัดฟันได้อย่างสิ้นเชิงซึ่งก็ได้นำนวัตกรรมล้ำสมัยนี้มาใช้ กับเด็กเล้กที่มีอาการผิดปกติทางด้านโครงสร้างกระดูกขากรรไกรที่เป็นต้นเหตุหลักทำให้ใบหน้าผิดรูป รวมถึงการสบฟันผิดปกติในเด็กเล็ก ไม่เว้นแม้แต่พฤติกรรมที่ทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปากในอนาคตอีกด้วยแต่ก็ต้องขอบอกก่อนว่าเด็กเล็กๆ มักจะมีการต่อต้าน อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line มากพอสมควร ซึ่งอยากให้ผู้ปกครองอย่าถอดใจและทำความเข้าใจในพฤติกรรม และแข็งใจให้บุตรหลานของท่านใส่ให้ได้ โดยรายละเอียดวิธีการใช้และแก้ปัญหามีดังต่อไปนี้

 กฎสำคัญในการใส่ EF Line ในเด็กเล็ก

– สิ่งสำคัญที่สุดในการให้บุตรหลานของท่านใส่ EF Line คือ บุตรหลานของท่านต้องมีอายุ 4 ปี ขึ้นไป แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในอุปกรณืชิ้นนี้คือใช้กับเด็กที่มีอายุต่ำหว่า 14 ปี
– ก่อนที่จะทำการใช้ อุปกรณ์ทันตกรรม EF Line ควรได้รับการวินิจฉัยจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น ไม่ควรหาซื้อมาใส่เอง เพราะ อุปกรณ์ EF Line จะถูกผลิตขึ้นมาใหม่ทุกครั้งเพื่อรับกับช่องปากและฟันของคนนั้นเท่านั้น และจะมีการวางรูปแบบในระยะยาว จึงไม่สามารถหาซื้อมาใส่เองหรือทำกับผู้ที่ไม่ได้รับการศึกษาในด้านนี้เฉพาะได้
– ในขณะที่ใช้อุปกรณ์ EF Line จะต้องอยู่ในการดูแลของทันตแพทย์อย่างใกล้ชิดโดยตลอด มาตามนัดทันตแพทย์ผู้รักษาอย่าให้ขาด เพื่อจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพสูงที่สุดนั่นเอง

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ EF Line

ต้องขอบอกเลยว่า เด็กเล็กๆหลายๆคนมีปัญหาในการใส่ EF Line เนื่องจากว่าในขณะที่ทำการใส่แรกๆนั้น จะเกิดความไม่เคยชินเนื่องจากว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในช่องปาก อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองในบางตำแหน่ง และอาจจะเกิดบาดแผลเล็กๆได้ ซึ่งหากว่ามีบาดแผลในช่องปากให้ทำการทายาสำหรับช่องปาก ซึ่งอาจจะมีอาการเจ็บบ้างในระยะแรกๆ แต่ไม่นานแผลเหล่านั้น และอาการระคายเคืองจะหมดไปเนื่องจากร่างกายจะปรับตัวตามธรรมชาติ หรือพยายามให้เด็กเล็กที่ใส่อุปกรณ์ EF Line ดื่มน้ำเยอะๆในขณะใส่เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นภายในช่องปากก็สามารถลดการระคายเคืองได้ดีเช่นกัน

อีกสิ่งสำคัญที่มักจะทำให้ผู้ปกครองตกใจและให้บุตรหลานเลิกใส่นั่นก็คือ เมื่อทำการใส่ EF Line เด็กเล็กๆจะเริ่มมีอาการอยากอาเจียน บางคนถึงขั้นอาเจียนทุกครั้งเมื่อทำการใส่ ซึ่งถึงจะเป็นเช่นนั้นผู้ปกครองพยายามแข็งใจบังคับตนเองให้ใส่ EF Line ให้บุตรหลานให้ได้ เพราะ เมื่อใส่ไประยะหนึ่งจะเกิดความเคยชินและก็จะไม่เกิดอาการอยากอาเจียนอีก

หากต้องทำการใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line ให้เด็กเล็กๆ ผู้ปกครองควรเชื่อฟันคำแนะนำจากทันตแพทย์ ใจแข็ง ให้นึกไว้เสมอว่าหากไม่ให้บุตรหลานใส่อนาคตอาจจะต้องเสียใจเพราะบุตรหลานของท่านอาจมีฟันและโครงหน้าที่ผิดปกติและจะทำให้เกิดการรักษายากขึ้นมากตามอายุนั่นเอง

 วิธีใส่ EF Line ที่ถูกต้อง

– กลางวัน
การใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line ในช่วงเวลากลางวัน หรือตอนตื่นนอน ควรเลือกเวลาให้ใส่ติดปากห้ามถอดออกเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งในขณะที่ใส่นี้ผู้ปกครองควรสังเกตพยายามให้บุตรหลานอยู่นิ่งๆ ไม่เอานิ้วเข้าปาก ไม่เคี้ยวอุปกรณ์เล่น ปิดปากให้สนิทไม่พูดคุยในขณะที่ทำการใส่อยู่เพื่อเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบปาก

– กลางคืน
ในเวลากลางคืนนี้ถือได้ว่าไม่ยุ่งยาก เนื่องจากว่าให้ใส่ก่อนจะเข้านอน โดยต้องทำการใส่ติดปากห้ามถอดในขณะนอนหลับ เป็นระยะเวลา 10 ชั่วโมง

 ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องที่ควรรู้ในการให้บุตรหลานหรือเด็กเล็กๆใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line โดยผู้ปกครองจะต้องใจแข็งและตั้งใจไปกับบุตรหลานของท่านด้วย เพียงเท่านี้อาการผิดปกติในช่องปากต่างๆก็จะกลับมาเป็นปกติอันรวดเร็วตามระเบียบของเด็กและผู้ปกครองด้วย

15
บริการทำความสะอาด:เคล็ดลับทำความสะอาดกระจก ใครมองหาบริการรับทำความสะอาดกระจกต้อง

มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า ”กระจกเปรียบเสมือนดวงตาที่สามารถมองเห็นภาพสะท้อนของสิ่งนั้นได้ดียิ่งขึ้น” ถ้าเป็นหน้าต่างของบ้าน ก็คงจะเปรียบได้กับหน้าตาที่เจ้าของบ้านควรให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่น ๆ เพราะถ้าหากกระจกมีความขุ่นมัว ก็ไม่เพียงแต่จะสร้างความรู้สึกรำคาญใจให้กับเจ้าของบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนที่ส่งผลต่อการสร้างความรู้สึกไม่ดี ไม่น่าจดจำต่อคนพบเห็นอย่างแน่นอน

หากใครกำลังนั่งมองกระจกบ้านหรือออฟฟิศของตัวเองอยู่ แล้วรู้สึกว่าทำไมกระจกมันช่างสกปรก ขุ่นมัว อยากจะเช็ดทำความสะอาดแต่ก็คิดไม่ออกว่าเริ่มต้นยังไง ควรจะเริ่มมองหาบริษัทรับทำความสะอาดกระจกเลยดีไหม

จะมาแชร์ 10 เคล็ดลับ ช่วยให้เจ้าของบ้านหรือออฟฟิศเริ่มต้นทำความสะอาดกระจกให้ใสกิ๊งแบบเงาวับได้ไม่ยาก ใครกำลังมีความคิดอยากทำความสะอาดกระจกหรือมองหาบริการรับทำความสะอาดกระจกอยู่ ต้องห้ามพลาด

10 เคล็ดลับทำความสะอาดกระจกให้ใสกิ๊ง

1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

ในการทำความสะอาดกระจก ต้องไม่ลืมที่จะเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นถัง ไม้กวาดหุ้มยางไว้เช็ดกระจก ผ้าไมโครไฟเบอร์ ไม้ขัดหรือฟองน้ำ น้ำยาทำความสะอาด (หาซื้อจากร้านค้าอุปกรณ์ทั่วไปหรือทำเอง) และบันไดที่มีความแข็งแรง ในกรณีที่ต้องจัดการกับหน้าต่างสูง เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม การทำความสะอาดจะเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

2. สูตรน้ำยาทำความสะอาดกระจกแบบโฮมเมด

สำหรับใครอยากประหยัดงบในการซื้อน้ำยาทำความสะอาด ก็สามารถผสมเองจากส่วนผสมที่หาได้จากในบ้าน ในปัจจุบันก็มีหลากหลายสูตร ไม่ว่าจะเป็น สูตรน้ำส้มสายชู สูตรสเปรย์น้ำสบู่ สูตรแอลกอฮอล์ สูตรน้ำยาล้างจาน และอื่น ๆ

สำหรับในครั้งนี้เราจะแนะนำสูตรน้ำยาทำความสะอาดจากน้ำส้มสายชู เพราะเชื่อว่าบ้านของทุกคนน่าจะมีติดครัวกันไว้อยู่แล้ว โดยวิธีทำคือ ผสมน้ำและน้ำส้มสายชูกลั่นขาวในปริมาณเท่า ๆ กันในขวดสเปรย์ เพียงเท่านี้ความเป็นกรดของน้ำส้มสายชูจะสามารถช่วยสลายสิ่งสกปรกและคราบสกปรกได้แบบใสกิ๊งแน่นอน

3. วางแผนวัน-เวลาในการทำความสะอาด

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดหน้าต่างกระจกคือในวันที่มีเมฆมาก เพราะแสงแดดที่รุนแรงมาก อาจทำให้น้ำยาทำความสะอาดแห้งเร็วเกินไป และจะทำให้เกิดรอยไหรือคราบน้ำด้ง่าย ดังนั้นในวันที่ท้องฟ้ามีเมฆมากจะทำให้เกิดความสมดุลระหว่างแสงแดดที่ไม่แรงจนเกินไป ถือเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการทำความสะอาด อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยมีแดดร้อนเป็นส่วนใหญ่ อาจต้องให้ความสำคัญในการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมด้วย

4. เช็ดจากบนลงล่าง

หลังจากใช้ผ้าแห้งสะอาดมาปัดฝุ่นบนกระจกเรียบร้อยแล้ว ให้เริ่มใช้น้ำยาเช็ดกระจกสูตรทำเอง ฉีดพ่นลงไปบนกระจกให้ทั่ว โดยเริ่มเช็ดกระจกจากบนลงล่าง ไม่ควรถูไปมา เพราะจะทำให้เกิดคราบน้ำ ส่วนในกรณีเป็นกระจกบานใหญ่ ก็ให้เช็ดจากแนวนอนและไล่จากบนลงล่างก่อนเสมอ

5. ใช้ไม้กวาดหุ้มยาง

การใช้ไม้กวาดหุ้มยางในการทำความสะอาดกระจก ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ที่บริษัทรับทำความสะอาดส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้ เพราะเป็นเครื่องมือที่สามารถทำความสะอาดประตูหน้าต่างกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกวาดคราบฟองสบู่ กวาดน้ำบนผนังกระเบื้อง เพื่อไม่ให้เชื้อราก่อตัวได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งลองใช้ ให้ระวังในการกวาดน้ำ โดยเริ่มต้นที่มุมด้านบนของกระจกแล้วดึงไม้กวาดหุ้มยางลงมาเป็นเส้นตรง จากนั้นเช็ดใบยางด้วยผ้าสะอาดหลังการปัดทำความสะอาดทุกครั้ง และอย่าลืมเหลื่อมแต่ละรอบในการกวาดน้ำเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงคราบเส้นริ้ว ให้ทำซ้ำในขั้นตอนนี้จนกว่าหน้าต่างจะสะอาดทั้งหมด

6. ผ้าไมโครไฟเบอร์

เชื่อว่าในทุกวันนี้แทบทุกบ้านน่าจะมีผ้าไมโครไฟเบอร์ติดบ้านกันอยู่บ้าง ด้วยคุณสมบัติของผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สามารถดักเก็บฝุ่นและละอองได้มีประสิทธิภาพ ทำให้ในการทำความสะอาดกระจกด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ ฝุ่นจะฟุ้งและทิ้งคราบเลอะเอาไว้ และยังสามารถดูดซึมน้ำและความชื้นได้อย่างดี สำหรับขั้นตอนในการใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ ก็สามารถใช้หลังจากการใช้ไม้กวาดหุ้มยางแล้ว ให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดขอบหน้าต่าง เพื่อไม่ให้มีหยดน้ำหรือคราบน้ำหลงเหลืออยู่

7. ให้ความสำคัญกับคราบฝังลึก

ในทุกครั้งที่ทำความสะอาดกระจก ปัญหาใหญ่ที่สุดที่คนทำความสะอาดต้องพบเจอ คือ ปัญหาคราบฝังลึกที่ขัดถูอย่างไรก็เอาไม่ออก คำแนะนำสำหรับจุดที่มีคราบฝั่งแน่น คือให้ขัดบริเวณนั้นเบา ๆ ด้วยฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ หลีกเลี่ยงการใช้นำมีฤทธิ์กัดกร่อน เพราะอาจทำให้กระจกเป็นรอยได้

8. กรอบหน้าต่าง

อย่าลืมทำความสะอาดในส่วนของรางและกรอบหน้าต่าง ให้ใช้แปรงสีฟันเก่าหรือแปรงขนาดเล็กเพื่อขจัดสิ่งสกปรกและเศษฝุ่นออกจากบริเวณเหล่านี้ก่อนทำความสะอาดกระจกทุกครั้ง เพราะการทำความสะอาดกรอบและรางไม่เพียงแต่ทำให้หน้าต่างดูสวยงามขึ้นเท่านั้น แต่ยังป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกซึมเข้าสู่กระจกในระยะยาวอีกด้วย

9. หมั่นทำความสะอาดเป็นประจำ

ความสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลความสะอาดให้หน้าต่างกระจกบ้านสะอาด ใสอยู่เสมอ ลองปรับทัศนคติในเรื่องของการดูแลบ้านหรือออฟฟิศใหม่ เริ่มต้นทำให้การทำความสะอาดหน้าต่างกระจกเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการทำความสะอาดตามปกติในทุก ๆ เดือน แล้วจะพบว่าในทุกครั้งที่เริ่มทำความสะอาดจะง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

10. มองหาบริษัทรับทำความสะอาดกระจกมืออาชีพ

ปัญหาใหญ่ของการทำความสะอาดกระจก คือ บ้านหรือออฟฟิศมีหน้าต่างที่เข้าถึงยาก ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือตึกสูงหลายชั้น รวมถึงหน้าต่างที่มีกระจกที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ คำแนะนำคือควรใช้บริการรับทำความสะอาดกระจกมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ เครื่องมือ และเทคนิคในการจัดการกับสถานการณ์ที่ท้าทาย อย่างการเช็ดกระจกตึกสูงหรือเช็ดกระจกอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หน้า: [1] 2 3 ... 8